AIA-TMA ดีไหม ลงทุนอะไร เสี่ยงแค่ไหน
- อัปเดตล่าสุด
- ผลการดำเนินงาน ณ วันที่
สรุปสั้น
AIA-TMA เป็นกองทุนรวมผสมที่ลงทุนต่อในกองอื่น ตัวชี้วัดมีหุ้นไทย 60% ความเสี่ยงระดับ 5 จาก 8 ณ 31 สิงหาคม 2569 ถือกองของ บลจ.เอไอเอ 5 กอง และกองที่เป็นหุ้นไทยรวมกันราว 63% ผลขาดทุนสูงสุดย้อนหลังลึกกว่า AIA-TCA กว่าสองเท่าทั้งที่ระดับความเสี่ยงเท่ากัน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้ยืนยันผลในอนาคต
AIA-TMA ลงทุนในอะไร
AIA-TMA (กองทุนเปิด เอไอเอ โมเดอเรท อโลเคชั่น ฟันด์) เป็นกองทุนผสมที่ซื้อหน่วยลงทุนของกองอื่นอีกทอดหนึ่ง ณ 31 สิงหาคม 2569 ถือกองของ บลจ.เอไอเอ 5 กอง โดยสามกองแรกถือรวมกันราว 91% ของมูลค่ากองทุน และกองที่ชื่อเป็นกองหุ้นไทยรวมกันราว 63%
กองทุนแบบนี้เรียกว่า Fund of Funds และกองที่ไปซื้อต่อเรียกว่า "กองทุนปลายทาง" นโยบายให้ถือตั้งแต่ 2 กองขึ้นไป กองเดียวถือเฉลี่ยทั้งปีบัญชีได้ไม่เกิน 79% ผู้จัดการบริหารแบบเชิงรุก คือปรับสัดส่วนเองโดยหวังให้ได้ผลดีกว่าตัวชี้วัด (ดัชนีที่ใช้เทียบผลงาน) ตัวชี้วัดของ AIA-TMA แบ่งเป็นหุ้นไทย SET50 TRI 60% (ดัชนีหุ้นไทย 50 ตัวใหญ่ รวมเงินปันผล) พันธบัตรรัฐบาลไทย 28% และตราสารหนี้ภาคเอกชนอันดับ A- ขึ้นไป 12%
ห้ากอง ณ 31 สิงหาคม 2569 ตาม fact sheet คือ AIA-IC 32.77%, AIA-ES50 32.25%, AIA-TEQ 25.88%, AIA-THDIS 4.54% และกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง หน่วยลงทุนประเภท ก. 3.57% ผมรวมตัวเลขสามกองที่ชื่อเป็นกองหุ้นไทย (AIA-ES50, AIA-TEQ และ AIA-THDIS) ได้ 62.67% ใกล้กับหุ้นไทยในตัวชี้วัด 60% เอกสารไม่ได้บอกว่ากองวายุภักษ์หนึ่งถือสินทรัพย์ประเภทใด และไม่ได้แสดงสัดส่วนรายประเทศของกองนี้
นโยบายของกองไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นไทยล้วน เปิดให้ลงทุนต่างประเทศได้ไม่เกิน 60% แต่ ณ วันข้างต้นห้าอันดับแรกไม่มีกองที่ชื่อระบุว่าเป็นกองต่างประเทศ ทว่า AIA-IC มีนโยบายลงต่างประเทศได้ และเอกสารไม่ระบุสินทรัพย์ของกองวายุภักษ์หนึ่ง จึงไม่ทราบสัดส่วนต่างประเทศจริง
ตามโบรชัวร์ผลิตภัณฑ์ AIA 20 Pay Link ฉบับ 01/2026 ของ AIA กองนี้เป็นหนึ่งใน 8 กองที่บริการ AIA InvestPro ให้เลือกลงทุนเพียงกองเดียว ข้อนี้มาจากโบรชัวร์ของ AIA ไม่ใช่จากเอกสารของกองทุน
AIA-TMA เสี่ยงแค่ไหน
AIA-TMA มีระดับความเสี่ยง 5 จาก 8 ซึ่งหนังสือชี้ชวนเรียกว่า "เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง" ถือตราสารทุนน้อยกว่า 80% ของมูลค่ากองทุน เป็นกองทุนรวม ไม่ใช่เงินฝาก ไม่รับประกันเงินต้น และขาดทุนได้
เรื่องค่าเงิน หนังสือชี้ชวนฉบับเต็ม (ข้อมูล 16 เมษายน 2569) ระบุว่าจะทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนไม่ต่ำกว่า 90% ของเงินลงทุนในต่างประเทศ ส่วน fact sheet ณ 31 สิงหาคม 2569 เขียนว่าป้องกันตามดุลพินิจของผู้จัดการ (dynamic hedging) และช่องสัดส่วนที่ป้องกันเป็น N/A ผมจึงไม่ทราบว่าตอนนี้ป้องกันอยู่เท่าไร ส่วนที่ไม่ป้องกันยังเสี่ยงค่าเงิน และการป้องกันมีต้นทุนที่ลดผลตอบแทน
ความเสี่ยงที่ควรรู้
- ผลขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง (Maximum Drawdown) คือการลดลงจากจุดสูงสุดถึงจุดต่ำสุดในช่วงที่วัด ตาม fact sheet ของ บลจ. ซึ่งระบุที่มาว่า Morningstar ค่านี้คือ -16.67% และระยะฟื้นตัว 307 วัน ในช่วงตั้งแต่จัดตั้งถึง 31 สิงหาคม 2569 เทียบกับ AIA-TCA ที่ระดับความเสี่ยงเท่ากันคือ -7.42% ตัวเลขระดับ 1 ถึง 8 อย่างเดียวจึงบอกความต่างของสองกองนี้ไม่ได้
- ปี 2566 ผลตอบแทน -6.65% และปี 2568 -0.29% ตามข้อมูลของ บลจ.
- กระจุกในกองที่ชื่อเป็นกองหุ้นไทย รวมราว 63% ณ 31 สิงหาคม 2569
- หนังสือชี้ชวนระบุความเสี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะกองลงทุนในกองของบริษัทจัดการเดียวกันได้
- อาจใช้อนุพันธ์ (สัญญาที่มูลค่าอิงสินทรัพย์อื่น) ซึ่งหนังสือชี้ชวนระบุว่ามีความเสี่ยงมากกว่ากองทุนรวมอื่น และถือตราสารต่ำกว่าระดับลงทุนได้ไม่เกิน 20%
- ผู้ถือกรมธรรม์ Unit Linked ผลอาจต่างจากการถือกองเดี่ยว เพราะค่าใช้จ่ายและเงื่อนไขของกรมธรรม์ต่างกัน
ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้ยืนยันผลในอนาคต ดูผลย้อนหลังเทียบตัวชี้วัดในตารางด้านล่าง
AIA-TMA เหมาะกับใคร และไม่เหมาะกับใคร
AIA-TMA น่าจะเหมาะกับคนที่ยอมรับกองหุ้นไทยราว 63% ของพอร์ต ณ 31 สิงหาคม 2569 ผ่านกองในเครือเดียว และไม่ต้องการหุ้นต่างประเทศ หนังสือชี้ชวนระบุว่ากองนี้เหมาะกับผู้ที่ยอมรับว่าราคาหน่วยลงทุนขึ้นลงและอาจขาดทุนได้ รับความเสี่ยงค่าเงินได้ ลงทุนระยะกลางถึงยาว และคาดหวังผลตอบแทนดีกว่าตราสารหนี้ทั่วไป
กองนี้ไม่น่าเหมาะกับคนที่ต้องการเงินต้นแน่นอน คนที่รับการลดลงของมูลค่าลึกระหว่างทางไม่ได้ (-16.67% ตามที่ fact sheet รายงาน) และคนที่ต้องการกระจายไปต่างประเทศ เพราะ ณ 31 สิงหาคม 2569 ห้าอันดับแรกไม่มีกองที่ชื่อระบุว่าเป็นกองต่างประเทศ (แต่ไม่ทราบสัดส่วนต่างประเทศจริงของ AIA-IC) และตัวชี้วัดไม่มีดัชนีต่างประเทศ
ข้อความนี้สรุปจากลักษณะของกองทุน ไม่ใช่คำแนะนำส่วนบุคคล และไม่ได้ประเมินสถานะการเงินของผู้อ่านคนใด
AIA-TMA มีข้อดีและข้อเสียอะไร
ข้อดีของ AIA-TMA คือถือกองไม่มาก และ ณ 31 สิงหาคม 2569 ค่าใช้จ่ายที่เก็บจริงต่ำกว่า AIA-IMA และ AIA-IAA ข้อเสียคือผลขาดทุนสูงสุดย้อนหลังลึกกว่า AIA-TCA มาก และกระจุกในกองที่ชื่อเป็นกองหุ้นไทย
ปี 2565 เป็นปีที่ไม่เต็มปีนับตั้งแต่จดทะเบียน ตามข้อมูลของ บลจ. ผลตอบแทน 1.12% เทียบตัวชี้วัด 0.31%
ข้อดี
- ถือเพียง 5 กอง ณ 31 สิงหาคม 2569 จำนวนกองน้อยกว่ากลุ่ม I แต่ยังไม่พบข้อมูลสินทรัพย์ของบางกองในพอร์ต
- ค่าการจัดการที่เก็บจริง 1.1235% ต่อปี และค่าใช้จ่ายรวม 1.2755% ต่อปี ณ 31 สิงหาคม 2569 ต่ำกว่า AIA-IMA (1.4895%) และ AIA-IAA (1.7035%) ค่านี้เป็นของกองทุน ไม่ใช่ของกรมธรรม์ และต่ำไม่ได้แปลว่าผลลัพธ์ดีกว่า
ข้อเสีย
- ระดับความเสี่ยง 5 เท่า AIA-TCA แต่ผลขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง -16.67% เทียบ -7.42% ตาม fact sheet ในช่วงตั้งแต่จัดตั้งถึง 31 สิงหาคม 2569
- ปี 2566 -6.65% และปี 2568 -0.29% ตามข้อมูลของ บลจ. ติดลบสองปีจากสามปีเต็ม
- ปี 2566 ถึง 2568 ต่ำกว่าตัวชี้วัดทุกปี ตามข้อมูลของ บลจ. ปี 2566 -6.65% เทียบ -5.96% ปี 2567 2.31% เทียบ 5.73% และปี 2568 -0.29% เทียบ -0.23% ค่าใช้จ่ายรวม 1.2755% ต่อปี ณ 31 สิงหาคม 2569 มากกว่าส่วนต่างปี 2566 (0.69 จุด) และปี 2568 (0.06 จุด) แต่น้อยกว่าส่วนต่างปี 2567 (3.42 จุด) เอกสารไม่ได้แยกสาเหตุของส่วนต่าง
- กระจุกในกองที่ชื่อเป็นกองหุ้นไทย และ ณ 13 ตุลาคม 2569 มีผลปีปฏิทินเต็มเพียง 3 ปี (2566 ถึง 2568) จึงสรุปความสม่ำเสมอไม่ได้
AIA-TMA ต่างจาก AIA-TCA, AIA-TAA และ AIA-IMA อย่างไร
เทียบกับ AIA-TCA และ AIA-TAA ต่างที่สัดส่วนหุ้นไทยในตัวชี้วัด คือ 60% เทียบ 30% และ 90% AIA-TMA จึงหุ้นมากกว่า AIA-TCA เท่าตัว แต่เบากว่า AIA-TAA ระดับความเสี่ยงของ AIA-TMA คือ 5 ส่วน AIA-TAA คือ 6
เทียบกับ AIA-IMA ซึ่งอยู่กลุ่มเดียวกันและระดับ 5 เท่ากัน ต่างที่ AIA-IMA มีหุ้นโลก MSCI World 40% กับหุ้นไทย 20% ในตัวชี้วัด ถือกองหน่วยลงทุนสกุลดอลลาร์สหรัฐ และ fact sheet แสดงสัดส่วนที่ป้องกันค่าเงิน 95.82% ณ 31 สิงหาคม 2569 ผลขาดทุนสูงสุดย้อนหลังของ AIA-IMA ตื้นกว่า (-11.34%) แต่ค่าใช้จ่ายรวมที่เก็บจริง ณ 31 สิงหาคม 2569 สูงกว่า
ผมเรียกกลุ่ม AIA-TCA, TMA และ TAA ว่ากลุ่ม T ซึ่งพอร์ตและตัวชี้วัดเน้นไทย ส่วนกลุ่ม I คือ AIA-ICA, IMA และ IAA ซึ่งผสมไทยกับต่างประเทศ เป็นวิธีเรียกของผมเพื่อแยกกลุ่ม ไม่ใช่ข้อความทางการของ บลจ.
ความเห็นของผมต่อ AIA-TMA
ส่วนนี้เป็นความเห็นของผม ไม่ใช่ข้อเท็จจริง และไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อ ขาย หรือสับเปลี่ยน ผมเป็นตัวแทน AIA ที่มีใบอนุญาต จึงมีส่วนได้เสียกับการขายกรมธรรม์ ขอให้อ่านโดยรู้ข้อนี้
- ผมมองว่าไม่ควรใช้ตัวเลขระดับความเสี่ยงอย่างเดียวเลือกกองในกลุ่มนี้ เหตุผลคือ AIA-TMA กับ AIA-TCA ระดับ 5 เท่ากัน แต่ผลขาดทุนสูงสุดย้อนหลังที่ fact sheet รายงานต่างกันกว่าสองเท่า (-16.67% กับ -7.42%)
- ผมมองว่าชื่อ "โมเดอเรท" ไม่ได้บอกว่ากองนี้กระจายไปหลายตลาด เหตุผลคือ ณ 31 สิงหาคม 2569 กองที่ชื่อเป็นกองหุ้นไทยรวมกันราว 63% และไม่มีกองต่างประเทศใน 5 อันดับแรก
- ผมมองว่าผลที่ต่ำกว่าตัวชี้วัดในปี 2566 ถึง 2568 ทั้งสามปีเป็นเรื่องที่ควรเช็ก เหตุผลคือส่วนต่างปี 2567 กว้างสุดที่ 3.42 จุดเปอร์เซ็นต์ ตามข้อมูลของ บลจ. มากกว่าค่าใช้จ่ายรวม 1.2755% ต่อปี ณ 31 สิงหาคม 2569 แต่ส่วนต่างปี 2568 เพียง 0.06 จุด และเอกสารไม่ได้แยกสาเหตุ ข้อมูลมีเพียงสามปีเต็ม ผมจึงไม่สรุปว่าเป็นแนวโน้ม
ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้ยืนยันผลในอนาคต
ผลการดำเนินงานย้อนหลังของ AIA-TMA เป็นอย่างไร
ตัวเลขด้านล่างเป็นข้อมูล ณ วันที่ จากหน้ากองทุน AIA-TMA ของ บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) ผลการดำเนินงานที่นานกว่า 1 ปีแสดงเป็นอัตราต่อปี ส่วนช่วงที่สั้นกว่า 1 ปีแสดงตามจริง
| ช่วงเวลา | ผลตอบแทนของ AIA-TMA |
|---|---|
| ตั้งแต่ต้นปี | +18.34% |
| 3 เดือน | -0.99% |
| 6 เดือน | +4.46% |
| 1 ปี | +18.38% |
| 3 ปี | +6.08% |
| ตั้งแต่จัดตั้ง | +2.94% |
ผลตอบแทนของ AIA-TMA รายปีปฏิทิน
| ปี | AIA-TMA | ตัวชี้วัด |
|---|---|---|
| 2568 | -0.29% | -0.23% |
| 2567 | +2.31% | +5.73% |
| 2566 | -6.65% | -5.96% |
| 2565 (ไม่เต็มปี) | +1.12% | +0.31% |
ปี 2565 เป็นปีที่กองทุนจัดตั้ง ตัวเลขของปีนั้นนับตั้งแต่วันจัดตั้งถึงสิ้นปี ไม่เต็มปี คอลัมน์ตัวชี้วัดเป็นตัวเลขที่ บลจ. เผยแพร่ ถ้ากองทุนเคยเปลี่ยนตัวชี้วัด ตัวเลขของปีก่อนการเปลี่ยนคำนวณจากตัวชี้วัดชุดเดิม จึงไม่ควรนำส่วนต่างไปเทียบข้ามกองทุน
ตัวชี้วัดของ AIA-TMA ตามที่ บลจ. ระบุ
- 60% ดัชนีผลตอบแทนรวม SET 50 (SET50 TRI)
- 12% ผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีตราสารหนี้ภาคเอกชน Mark-to-Market ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสารอยู่ในระดับ A ขึ้นไป อายุน้อยกว่าเท่ากับ 10 ปี ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
- 8% ผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีพันธบัตรรัฐบาล Mark-to-Market อายุน้อยกว่าเท่ากับ 1 ปี ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
- 20% ผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีพันธบัตรรัฐบาล Mark-to-Market อายุน้อยกว่าเท่ากับ 10 ปี ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ตัวเลขข้างต้นเป็นผลตอบแทนของกองทุน ยังไม่ได้หักค่าธรรมเนียมของกรมธรรม์ Unit Linked
กองทุน AIA-TMA มีค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง
ค่าธรรมเนียมด้านล่างเป็นอัตราระดับกองทุนตามที่ บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) เผยแพร่ คำว่า "ไม่เกิน" คือเพดานตามโครงการ อัตราที่เก็บจริงอาจต่ำกว่านี้ ให้ดูในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ ค่าธรรมเนียมเหล่านี้แยกจากค่าธรรมเนียมของกรมธรรม์ Unit Linked เช่น ค่าใช้จ่ายที่หักจากเบี้ยประกันภัย ค่าการประกันภัย และค่าธรรมเนียมการบริหารกรมธรรม์ ซึ่งขึ้นกับแบบประกันที่ถือ ดูได้ที่หน้าแบบประกันแต่ละแบบ
ค่าธรรมเนียมที่หักจากทรัพย์สินของกองทุน AIA-TMA
ผู้ถือหน่วยลงทุนทุกคนรับภาระส่วนนี้ผ่านราคาหน่วยลงทุน รวมถึงผู้ที่ลงทุนผ่านกรมธรรม์ Unit Linked
| ค่าธรรมเนียม | อัตราต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ |
|---|---|
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ | ไม่เกิน 1.8725% |
| ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์ | ไม่เกิน 0.0535% |
| ค่าธรรมเนียมนายทะเบียน | ไม่เกิน 0.1338% |
| ค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด | ไม่เกิน 3.1298% |
ค่าธรรมเนียมเมื่อซื้อขาย AIA-TMA โดยตรงกับ บลจ.
อัตราในตารางนี้ใช้กับผู้ที่ซื้อขายหน่วยลงทุนโดยตรงกับ บลจ. ตามข้อมูลของผมในฐานะตัวแทน AIA (ยืนยันเมื่อ 14 ตุลาคม 2569) กรมธรรม์ AIA Unit Linked ไม่เก็บค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุนจากผู้ถือกรมธรรม์ ข้อนี้ไม่ได้มาจากเอกสารสาธารณะ ไม่ใช่ข้อความของ AIA หรือ บลจ. ควรตรวจกับเอกสารกรมธรรม์ของคุณเอง ส่วนรายการอื่นในตารางนี้ ผมไม่พบเอกสารสาธารณะที่ยืนยันว่ากรมธรรม์ใช้อัตราเดียวกัน (ตรวจเมื่อ 14 ตุลาคม 2569)
| ค่าธรรมเนียม | อัตรา |
|---|---|
| ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน | ไม่เกิน 2.140% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน | ไม่เกิน 2.140% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน | ไม่มี |
ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอื่นใดแล้ว
นโยบายการลงทุนของ AIA-TMA ตามหนังสือชี้ชวน
กองทุนจะพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน ดังต่อไปนี้ 1. กองทุนรวมตราสารหนี้ที่จดทะเบียนในประเทศ ที่มีนโยบายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ 2. กองทุนรวมตราสารทุนที่จดทะเบียนในประเทศ ที่มีนโยบายการลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ และ/หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่อ้างอิงกับผลตอบแทนของหุ้นหรือกลุ่มหุ้นของบริษัทจดทะเบียนข้างต้น โดยให้รวมถึงหุ้นที่อยู่ในระหว่าง IPO เพื่อการจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ดังกล่าว และ/หรืออาจมีการลงทุนในหน่วย property หรือ หน่วย Infra ที่จดทะเบียนซื้อขายในกระดานซื้อขายหลักทรัพย์สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปของ SET (แต่ไม่รวมถีงหน่วยดังกล่าวที่อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไขเหตุที่ทำให้มีการเพิกถอนหน่วยดังกล่าวออกจากการซื้อขายใน SET) โดยให้รวมถึงหน่วย property หรือหน่วย infra ที่อยู่ในระหว่าง IPO เพื่อการจดทะเบียนซื้อขายหลักทรัพย์สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปของ SET หรืออาจลงทุนในหน่วย CIS ของกองทุนรวมตราสารทุน 3. กองทุนรวมอีทีเอฟที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทั้งในและต่างประเทศที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ 4. กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และ/หรือกองทุนทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และ/หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยกองทุนรวมจะลงทุนตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในกองทุนใดกองทุนหนึ่งโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยสามารถปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนได้ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 60% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน สำหรับการลงทุนในกองทุนในต่างประเทศ กองทุนนี้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงิน โดยจะทำสัญญาสวอป และ/หรือฟอร์ดเวิร์ดที่อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอื่นใด เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange Rate Risk) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของจำนวนเงินลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด รวมถึงกองทุนอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ ธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) และ/หรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ที่เสนอขายทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนหรือมีไว้ในตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสาร หรือของผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) และ/หรือตราสารที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) ได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม แต่จะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities ) (โปรดอ่านรายละเอียดในหนังสือชี้ชวนฉบับเต็ม)
ข้อความข้างต้นคัดจากข้อมูลที่ บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) เผยแพร่ เอกสารฉบับเต็มของกองทุน:
คำถามที่พบบ่อย
AIA-TMA ต่างจาก AIA-IMA อย่างไร
ทั้งคู่ระดับความเสี่ยง 5 AIA-TMA ตัวชี้วัดมีหุ้นไทย SET50 TRI 60% และ ณ วันดังกล่าวห้าอันดับแรกไม่มีกองที่ชื่อระบุว่าเป็นกองต่างประเทศ ส่วน AIA-IMA มีหุ้นโลก MSCI World 40% กับหุ้นไทย 20% และถือกองหน่วยลงทุนสกุลดอลลาร์สหรัฐ ข้อมูลจาก fact sheet ณ 31 สิงหาคม 2569
AIA-TMA ถือกองอะไรบ้าง
ณ 31 สิงหาคม 2569 ถือ AIA-IC 32.77%, AIA-ES50 32.25%, AIA-TEQ 25.88%, AIA-THDIS 4.54% และกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง ประเภท ก. 3.57% ของมูลค่ากองทุน สัดส่วนเปลี่ยนได้ตามดุลพินิจของผู้จัดการ
AIA-TMA เสี่ยงแค่ไหน
ระดับ 5 จาก 8 คือเสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง ปี 2566 ผลตอบแทน -6.65% ตามข้อมูลของ บลจ. และ fact sheet ของ บลจ. ซึ่งระบุที่มาว่า Morningstar แสดงผลขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง -16.67% ระยะฟื้นตัว 307 วัน ในช่วงตั้งแต่จัดตั้งถึง 31 สิงหาคม 2569 ผลในอดีตไม่ได้ยืนยันผลในอนาคต
ค่าธรรมเนียมของ AIA-TMA ที่เก็บจริงเท่าไร
ค่าการจัดการ 1.1235% ต่อปี และค่าใช้จ่ายรวม 1.2755% ต่อปี ณ 31 สิงหาคม 2569 เป็นค่าของกองทุนที่หักในราคาหน่วยลงทุน ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมของกรมธรรม์ซึ่งแยกต่างหาก
AIA-TMA จ่ายเงินปันผลหรือรับประกันเงินต้นไหม
ไม่จ่ายปันผล และไม่รับประกันเงินต้น หนังสือชี้ชวนระบุว่าไม่เหมาะกับผู้ที่เน้นผลตอบแทนเป็นจำนวนเงินแน่นอนหรือต้องการรักษาเงินต้นให้ครบ
แหล่งอ้างอิง
ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้ยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหานี้เป็นความเห็นของผู้เขียน ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล
แชร์ไป Facebook (เปิดหน้าต่างใหม่)อ่านต่อ
อยากให้ช่วยดูว่าเหมาะกับคุณไหม
ฝากเบอร์ไว้ ผมจะโทรกลับไปถามเป้าหมายและความเสี่ยงที่คุณรับได้ก่อนให้ความเห็น