AIA-TCA ดีไหม ลงทุนอะไร เสี่ยงแค่ไหน
- อัปเดตล่าสุด
- ผลการดำเนินงาน ณ วันที่
สรุปสั้น
AIA-TCA เป็นกองทุนรวมผสมแบบกองทุนที่ไปลงทุนต่อในกองอื่น ตัวชี้วัดเน้นตราสารหนี้ไทยและมีหุ้นไทย 30% ความเสี่ยงระดับ 5 จาก 8 ณ 31 สิงหาคม 2569 พอร์ตกว่าครึ่งอยู่ในกอง AIA-IC ซึ่งเป็นกองตราสารหนี้ที่ลงทุนทั้งในและต่างประเทศได้ ปี 2566 กองทุนติดลบ 2.35% ตามข้อมูลของ บลจ. ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้ยืนยันผลในอนาคต
AIA-TCA ลงทุนในอะไร
AIA-TCA (กองทุนเปิด เอไอเอ คอนเวนชั่นนอล อโลเคชั่น ฟันด์) เป็นกองทุนผสมที่ซื้อหน่วยลงทุนของกองอื่นอีกทอดหนึ่ง ณ 31 สิงหาคม 2569 กองที่ใหญ่ที่สุดคือ AIA Income Fund (AIA-IC) 52.96% ของมูลค่ากองทุน ตามด้วยสองกองที่ชื่อเป็นกองหุ้นไทย (AIA-ES50 และ AIA-TEQ)
กองทุนแบบนี้เรียกว่า Fund of Funds และกองที่ไปซื้อต่อเรียกว่า "กองทุนปลายทาง" นโยบายให้ถือตั้งแต่ 2 กองขึ้นไป กองเดียวถือเฉลี่ยทั้งปีบัญชีได้ไม่เกิน 79% ผู้จัดการบริหารแบบเชิงรุก คือปรับสัดส่วนเองโดยหวังให้ได้ผลดีกว่าตัวชี้วัด (ดัชนีที่ใช้เทียบผลงาน) ตัวชี้วัดของ AIA-TCA แบ่งเป็นหุ้นไทย SET50 TRI 30% (ดัชนีหุ้นไทย 50 ตัวใหญ่ รวมเงินปันผล) พันธบัตรรัฐบาลไทย 52% และตราสารหนี้ภาคเอกชนอันดับ A- ขึ้นไป 18%
ห้าอันดับแรก ณ 31 สิงหาคม 2569 ตาม fact sheet คือ AIA-IC 52.96%, AIA-ES50 17.03%, AIA-TEQ 14.03%, กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง หน่วยลงทุนประเภท ก. 8.55% และ AIA-ST 4.90% รวมกันราว 97.5% ผมรวมตัวเลขสองกองหุ้นไทย (AIA-ES50 และ AIA-TEQ) ได้ 31.06% ซึ่งใกล้กับสัดส่วนหุ้นไทยในตัวชี้วัด 30% เอกสารไม่ได้บอกว่ากองวายุภักษ์หนึ่งถือสินทรัพย์ประเภทใด และไม่ได้แสดงสัดส่วนรายประเทศของกองนี้
ตามโบรชัวร์ผลิตภัณฑ์ AIA 20 Pay Link ฉบับ 01/2026 ของ AIA กองนี้เป็นหนึ่งใน 8 กองที่บริการ AIA InvestPro ให้เลือกลงทุนเพียงกองเดียว ข้อนี้มาจากโบรชัวร์ของ AIA ไม่ใช่จากเอกสารของกองทุน
AIA-TCA เสี่ยงแค่ไหน
AIA-TCA มีระดับความเสี่ยง 5 จาก 8 ซึ่งหนังสือชี้ชวนเรียกว่า "เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง" ถือตราสารทุนน้อยกว่า 80% ของมูลค่ากองทุน เป็นกองทุนรวม ไม่ใช่เงินฝาก ไม่รับประกันเงินต้น และขาดทุนได้
เรื่องค่าเงิน นโยบายเปิดให้ลงทุนต่างประเทศได้ไม่เกิน 79% หนังสือชี้ชวนฉบับเต็ม (ข้อมูล 16 เมษายน 2569) ระบุว่าจะทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนไม่ต่ำกว่า 90% ของเงินลงทุนในต่างประเทศ ส่วน fact sheet ณ 31 สิงหาคม 2569 เขียนว่าป้องกันตามดุลพินิจของผู้จัดการ (dynamic hedging) และช่องสัดส่วนที่ป้องกันเป็น N/A ผมจึงไม่ทราบว่าตอนนี้ป้องกันอยู่เท่าไร ส่วนที่ไม่ป้องกันยังเสี่ยงค่าเงิน และการป้องกันมีต้นทุนที่ลดผลตอบแทน
ความเสี่ยงที่ควรรู้
- ผลขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง (Maximum Drawdown) คือการลดลงจากจุดสูงสุดถึงจุดต่ำสุดในช่วงที่วัด ตาม fact sheet ของ บลจ. ซึ่งระบุที่มาว่า Morningstar ค่านี้คือ -7.42% และระยะฟื้นตัว 154 วัน ในช่วงตั้งแต่จัดตั้ง (เมษายน 2565) ถึง 31 สิงหาคม 2569 เป็นตัวเลขของช่วงที่วัดเท่านั้น
- ปี 2566 ผลตอบแทน -2.35% ตามข้อมูลของ บลจ.
- กระจุกตัวใน AIA-IC 52.96% ณ 31 สิงหาคม 2569
- หนังสือชี้ชวนระบุความเสี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะกองลงทุนในกองของบริษัทจัดการเดียวกันได้
- อาจใช้อนุพันธ์ (สัญญาที่มูลค่าอิงสินทรัพย์อื่น) ซึ่งหนังสือชี้ชวนระบุว่ามีความเสี่ยงมากกว่ากองทุนรวมอื่น และถือตราสารต่ำกว่าระดับลงทุนได้ไม่เกิน 20%
- ผู้ถือกรมธรรม์ Unit Linked ผลอาจต่างจากการถือกองเดี่ยว เพราะค่าใช้จ่ายและเงื่อนไขของกรมธรรม์ต่างกัน
ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้ยืนยันผลในอนาคต ดูผลย้อนหลังเทียบตัวชี้วัดในตารางด้านล่าง
AIA-TCA เหมาะกับใคร และไม่เหมาะกับใคร
AIA-TCA น่าจะเหมาะกับคนที่อยากให้พอร์ตหนักไปทางกองตราสารหนี้ (AIA-IC กว่าครึ่ง) และรับความผันผวนของหุ้นไทยในสัดส่วนไม่มากได้ หนังสือชี้ชวนระบุว่ากองนี้เหมาะกับผู้ที่ยอมรับว่าราคาหน่วยลงทุนขึ้นลงและอาจขาดทุนได้ รับความเสี่ยงค่าเงินได้ ลงทุนระยะกลางถึงยาว และคาดหวังผลตอบแทนดีกว่าตราสารหนี้ทั่วไป
กองนี้ไม่น่าเหมาะกับคนที่ต้องการเงินต้นแน่นอน คนที่ต้องการกระจายไปต่างประเทศจริง เพราะ ณ 31 สิงหาคม 2569 ห้าอันดับแรกไม่มีกองที่ชื่อระบุว่าเป็นกองต่างประเทศ (แต่ AIA-IC ลงต่างประเทศได้ จึงไม่ทราบสัดส่วนต่างประเทศจริง) และคนที่ไม่อยากให้พอร์ตผูกกับกองเดียวเกินครึ่ง
ข้อความนี้สรุปจากลักษณะของกองทุน ไม่ใช่คำแนะนำส่วนบุคคล และไม่ได้ประเมินสถานะการเงินของผู้อ่านคนใด
AIA-TCA มีข้อดีและข้อเสียอะไร
ข้อดีของ AIA-TCA คือ ณ 31 สิงหาคม 2569 ค่าใช้จ่ายที่เก็บจริงต่ำสุดในหกกองกลุ่มนี้ และผลขาดทุนสูงสุดย้อนหลังตื้นกว่า AIA-TMA กับ AIA-TAA ข้อเสียคือกระจุกตัวใน AIA-IC และปี 2566 ยังติดลบ
ผลเทียบตัวชี้วัด ตามข้อมูลของ บลจ. ปี 2566 -2.35% เทียบ -2.40% และปี 2568 2.40% เทียบ 1.79% สูงกว่าตัวชี้วัด ปี 2567 2.83% เทียบ 4.54% ต่ำกว่า ส่วนปี 2565 เป็นปีที่ไม่เต็มปีนับตั้งแต่จดทะเบียน (0.75% เทียบ 0.49%)
ข้อดี
- ค่าการจัดการที่เก็บจริง 0.9095% ต่อปี และค่าใช้จ่ายรวม 1.0615% ต่อปี ณ 31 สิงหาคม 2569 ต่ำสุดในหกกองที่เทียบ (AIA-TCA, TMA, TAA, ICA, IMA และ IAA) ค่านี้เป็นของกองทุน ไม่ใช่ของกรมธรรม์ และต่ำไม่ได้แปลว่าผลลัพธ์ดีกว่า
- ผลขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง -7.42% ตื้นกว่า AIA-TMA (-16.67%) และ AIA-TAA (-27.12%) ตาม fact sheet ณ 31 สิงหาคม 2569
ข้อเสีย
- ปี 2566 ผลตอบแทน -2.35% ตามข้อมูลของ บลจ.
- ปี 2567 ผลตอบแทน 2.83% ต่ำกว่าตัวชี้วัด 4.54% ตามข้อมูลของ บลจ. ส่วนต่างปี 2567 คือ 1.71 จุด ซึ่งมากกว่าค่าใช้จ่ายรวมของกอง 1.0615% ต่อปี ณ 31 สิงหาคม 2569 เอกสารไม่ได้แยกสาเหตุของส่วนต่าง
- กระจุกตัวใน AIA-IC 52.96% ณ 31 สิงหาคม 2569
- ณ 13 ตุลาคม 2569 มีผลปีปฏิทินเต็มเพียง 3 ปี (2566 ถึง 2568) จึงสรุปความสม่ำเสมอของผลงานไม่ได้
AIA-TCA ต่างจาก AIA-TMA, AIA-TAA และ AIA-ICA อย่างไร
เทียบกับ AIA-TMA และ AIA-TAA ทั้งสามกองมีพอร์ตและตัวชี้วัดเน้นไทย ต่างที่สัดส่วนหุ้นไทยในตัวชี้วัด คือ 30%, 60% และ 90% ตามลำดับ ระดับความเสี่ยงของ AIA-TCA และ AIA-TMA คือ 5 ส่วน AIA-TAA คือ 6 ในสามกองนี้ ผลขาดทุนสูงสุดย้อนหลังเรียงจากตื้นไปลึกตามสัดส่วนหุ้นในตัวชี้วัด (-7.42%, -16.67% และ -27.12% ณ 31 สิงหาคม 2569)
เทียบกับ AIA-ICA ซึ่งน้ำหนักตราสารหนี้ไทยในตัวชี้วัดเท่ากัน ต่างที่ AIA-ICA เปลี่ยนหุ้นไทย 30% เป็นหุ้นโลก MSCI World 20% กับหุ้นไทย 10% และ fact sheet แสดงสัดส่วนที่ป้องกันค่าเงิน 95.84% ณ 31 สิงหาคม 2569 ส่วน AIA-TCA ไม่แสดงตัวเลขนี้ ทั้งสองกองถือ AIA-IC เกินครึ่งพอร์ต
ชื่อ "T" และ "I" ในรหัสกองเป็นวิธีเรียกของผมเพื่อแยกกลุ่ม คือ T พอร์ตและตัวชี้วัดเน้นไทย I ผสมไทยกับต่างประเทศ ไม่ได้เป็นข้อความทางการของ บลจ.
ความเห็นของผมต่อ AIA-TCA
ส่วนนี้เป็นความเห็นของผม ไม่ใช่ข้อเท็จจริง และไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อ ขาย หรือสับเปลี่ยน ผมเป็นตัวแทน AIA ที่มีใบอนุญาต จึงมีส่วนได้เสียกับการขายกรมธรรม์ ขอให้อ่านโดยรู้ข้อนี้
- ผมมองว่ากองที่มีตราสารหนี้เป็นน้ำหนักหลักก็ติดลบได้ เหตุผลคือปี 2566 กองติดลบ 2.35% ตามข้อมูลของ บลจ. และผลขาดทุนสูงสุดย้อนหลังที่ fact sheet รายงานคือ -7.42%
- ผมมองว่าข้อได้เปรียบด้านต้นทุนเป็นประเด็นจริง เหตุผลคือค่าใช้จ่ายรวม 1.0615% ต่อปีต่ำสุดในหกกองกลุ่มนี้ ณ 31 สิงหาคม 2569 และเมื่อผลตอบแทนไม่สูง ต้นทุนมีน้ำหนักต่อผลสุทธิมาก แต่ตัวเลขนี้ไม่ได้บอกว่าผลงานจะดีกว่า
- ผมมองว่าการกระจุกตัวใน AIA-IC เกินครึ่งเป็นเรื่องที่ควรรู้ เหตุผลคือเมื่อกองเดียวมีน้ำหนักเกินครึ่ง ผลของกองผสมนี้จึงขึ้นกับกองนั้นเป็นหลัก ส่วนกองนั้นถือสินทรัพย์อะไรอยู่ ให้ดูใน fact sheet ของ AIA-IC ซึ่งอยู่ในรายการแหล่งข้อมูลของหน้านี้
ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้ยืนยันผลในอนาคต
ผลการดำเนินงานย้อนหลังของ AIA-TCA เป็นอย่างไร
ตัวเลขด้านล่างเป็นข้อมูล ณ วันที่ จากหน้ากองทุน AIA-TCA ของ บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) ผลการดำเนินงานที่นานกว่า 1 ปีแสดงเป็นอัตราต่อปี ส่วนช่วงที่สั้นกว่า 1 ปีแสดงตามจริง
| ช่วงเวลา | ผลตอบแทนของ AIA-TCA |
|---|---|
| ตั้งแต่ต้นปี | +10.07% |
| 3 เดือน | -0.72% |
| 6 เดือน | +2.65% |
| 1 ปี | +10.43% |
| 3 ปี | +5.13% |
| ตั้งแต่จัดตั้ง | +2.95% |
ผลตอบแทนของ AIA-TCA รายปีปฏิทิน
| ปี | AIA-TCA | ตัวชี้วัด |
|---|---|---|
| 2568 | +2.40% | +1.79% |
| 2567 | +2.83% | +4.54% |
| 2566 | -2.35% | -2.40% |
| 2565 (ไม่เต็มปี) | +0.75% | +0.49% |
ปี 2565 เป็นปีที่กองทุนจัดตั้ง ตัวเลขของปีนั้นนับตั้งแต่วันจัดตั้งถึงสิ้นปี ไม่เต็มปี คอลัมน์ตัวชี้วัดเป็นตัวเลขที่ บลจ. เผยแพร่ ถ้ากองทุนเคยเปลี่ยนตัวชี้วัด ตัวเลขของปีก่อนการเปลี่ยนคำนวณจากตัวชี้วัดชุดเดิม จึงไม่ควรนำส่วนต่างไปเทียบข้ามกองทุน
ตัวชี้วัดของ AIA-TCA ตามที่ บลจ. ระบุ
- 30% ดัชนีผลตอบแทนรวม SET 50 (SET50 TRI)
- 18% ผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีตราสารหนี้ภาคเอกชน Mark-to-Market ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสารอยู่ในระดับ A ขึ้นไป อายุน้อยกว่าเท่ากับ 10 ปี ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
- 22% ผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีพันธบัตรรัฐบาล Mark-to-Market อายุน้อยกว่าเท่ากับ 1 ปี ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
- 30% ผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีพันธบัตรรัฐบาล Mark-to-Market อายุน้อยกว่าเท่ากับ 10 ปี ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ตัวเลขข้างต้นเป็นผลตอบแทนของกองทุน ยังไม่ได้หักค่าธรรมเนียมของกรมธรรม์ Unit Linked
กองทุน AIA-TCA มีค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง
ค่าธรรมเนียมด้านล่างเป็นอัตราระดับกองทุนตามที่ บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) เผยแพร่ คำว่า "ไม่เกิน" คือเพดานตามโครงการ อัตราที่เก็บจริงอาจต่ำกว่านี้ ให้ดูในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ ค่าธรรมเนียมเหล่านี้แยกจากค่าธรรมเนียมของกรมธรรม์ Unit Linked เช่น ค่าใช้จ่ายที่หักจากเบี้ยประกันภัย ค่าการประกันภัย และค่าธรรมเนียมการบริหารกรมธรรม์ ซึ่งขึ้นกับแบบประกันที่ถือ ดูได้ที่หน้าแบบประกันแต่ละแบบ
ค่าธรรมเนียมที่หักจากทรัพย์สินของกองทุน AIA-TCA
ผู้ถือหน่วยลงทุนทุกคนรับภาระส่วนนี้ผ่านราคาหน่วยลงทุน รวมถึงผู้ที่ลงทุนผ่านกรมธรรม์ Unit Linked
| ค่าธรรมเนียม | อัตราต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ |
|---|---|
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ | ไม่เกิน 1.8725% |
| ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์ | ไม่เกิน 0.0535% |
| ค่าธรรมเนียมนายทะเบียน | ไม่เกิน 0.1338% |
| ค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด | ไม่เกิน 3.1298% |
ค่าธรรมเนียมเมื่อซื้อขาย AIA-TCA โดยตรงกับ บลจ.
อัตราในตารางนี้ใช้กับผู้ที่ซื้อขายหน่วยลงทุนโดยตรงกับ บลจ. ตามข้อมูลของผมในฐานะตัวแทน AIA (ยืนยันเมื่อ 14 ตุลาคม 2569) กรมธรรม์ AIA Unit Linked ไม่เก็บค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุนจากผู้ถือกรมธรรม์ ข้อนี้ไม่ได้มาจากเอกสารสาธารณะ ไม่ใช่ข้อความของ AIA หรือ บลจ. ควรตรวจกับเอกสารกรมธรรม์ของคุณเอง ส่วนรายการอื่นในตารางนี้ ผมไม่พบเอกสารสาธารณะที่ยืนยันว่ากรมธรรม์ใช้อัตราเดียวกัน (ตรวจเมื่อ 14 ตุลาคม 2569)
| ค่าธรรมเนียม | อัตรา |
|---|---|
| ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน | ไม่เกิน 2.140% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน | ไม่เกิน 2.140% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน | ไม่มี |
ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอื่นใดแล้ว
นโยบายการลงทุนของ AIA-TCA ตามหนังสือชี้ชวน
กองทุนจะพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน ดังต่อไปนี้ 1. กองทุนรวมตราสารหนี้ที่จดทะเบียนในประเทศ ที่มีนโยบายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ 2. กองทุนรวมตราสารทุนที่จดทะเบียนในประเทศ ที่มีนโยบายการลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ และ/หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่อ้างอิงกับผลตอบแทนของหุ้นหรือกลุ่มหุ้นของบริษัทจดทะเบียนข้างต้น โดยให้รวมถึงหุ้นที่อยู่ในระหว่าง IPO เพื่อการจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ดังกล่าว และ/หรืออาจมีการลงทุนในหน่วย property หรือ หน่วย Infra ที่จดทะเบียนซื้อขายในกระดานซื้อขายหลักทรัพย์สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปของ SET (แต่ไม่รวมถีงหน่วยดังกล่าวที่อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไขเหตุที่ทำให้มีการเพิกถอนหน่วยดังกล่าวออกจากการซื้อขายใน SET) โดยให้รวมถึงหน่วย property หรือหน่วย infra ที่อยู่ในระหว่าง IPO เพื่อการจดทะเบียนซื้อขายหลักทรัพย์สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปของ SET หรืออาจลงทุนในหน่วย CIS ของกองทุนรวมตราสารทุน 3. กองทุนรวมอีทีเอฟที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทั้งในและต่างประเทศที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ 4. กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และ/หรือกองทุนทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และ/หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในประเทศ โดยกองทุนรวมจะลงทุนตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในกองทุนใดกองทุนหนึ่งโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยสามารถปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนได้ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และลงทุนในต่างประเทศไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน สำหรับการลงทุนในกองทุนในต่างประเทศ กองทุนนี้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงิน โดยจะทำสัญญาสวอป และ/หรือฟอร์ดเวิร์ดที่อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอื่นใด เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange Rate Risk) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของจำนวนเงินลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด รวมถึงกองทุนอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ ธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) และ/หรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ที่เสนอขายทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนหรือมีไว้ในตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสาร หรือของผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) และ/หรือตราสารที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) ได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม แต่จะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities ) (โปรดอ่านรายละเอียดในหนังสือชี้ชวนฉบับเต็ม)
ข้อความข้างต้นคัดจากข้อมูลที่ บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) เผยแพร่ เอกสารฉบับเต็มของกองทุน:
คำถามที่พบบ่อย
AIA-TCA ต่างจาก AIA-TMA และ AIA-TAA อย่างไร
ต่างที่สัดส่วนหุ้นไทย (SET50 TRI) ในตัวชี้วัด คือ 30% ต่อ 60% ต่อ 90% ตามลำดับ AIA-TCA และ AIA-TMA มีระดับความเสี่ยง 5 ส่วน AIA-TAA ระดับ 6 ข้อมูลจาก fact sheet ณ 31 สิงหาคม 2569
AIA-TCA ลงทุนต่างประเทศไหม
นโยบายเปิดให้ลงทุนต่างประเทศได้ไม่เกิน 79% ของมูลค่ากองทุน แต่ ณ 31 สิงหาคม 2569 ห้าอันดับแรกไม่มีกองที่ชื่อระบุว่าเป็นกองต่างประเทศ แต่ AIA-IC มีนโยบายลงต่างประเทศได้ จึงไม่ทราบสัดส่วนต่างประเทศจริง และ fact sheet ไม่แสดงสัดส่วนรายประเทศ จึงไม่ควรเรียกว่ากองทุนไทยล้วน
AIA-TCA เสี่ยงแค่ไหน
ระดับ 5 จาก 8 คือเสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง ปี 2566 ผลตอบแทน -2.35% ตามข้อมูลของ บลจ. และ fact sheet ของ บลจ. ซึ่งระบุที่มาว่า Morningstar แสดงผลขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง -7.42% ในช่วงตั้งแต่จัดตั้งถึง 31 สิงหาคม 2569 ผลในอดีตไม่ได้ยืนยันผลในอนาคต
ค่าธรรมเนียมของ AIA-TCA ที่เก็บจริงเท่าไร
ค่าการจัดการ 0.9095% ต่อปี และค่าใช้จ่ายรวม 1.0615% ต่อปี ณ 31 สิงหาคม 2569 เป็นค่าของกองทุนที่หักในราคาหน่วยลงทุน ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมของกรมธรรม์ซึ่งแยกต่างหาก
AIA-TCA จ่ายเงินปันผลหรือรับประกันเงินต้นไหม
ไม่จ่ายปันผล และไม่รับประกันเงินต้น หนังสือชี้ชวนระบุว่าไม่เหมาะกับผู้ที่เน้นผลตอบแทนเป็นจำนวนเงินแน่นอนหรือต้องการรักษาเงินต้นให้ครบ
แหล่งอ้างอิง
ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้ยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหานี้เป็นความเห็นของผู้เขียน ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล
แชร์ไป Facebook (เปิดหน้าต่างใหม่)อ่านต่อ
อยากให้ช่วยดูว่าเหมาะกับคุณไหม
ฝากเบอร์ไว้ ผมจะโทรกลับไปถามเป้าหมายและความเสี่ยงที่คุณรับได้ก่อนให้ความเห็น